Info

journeys & musics never ended …

Archive for November, 2012

1-2 October 2012

Again I visited Kawaguchiko. (My first time in Kawaguchiko here )

This time I took 2 days walking around 2 lakes (Kawaguchiko and Yamanakako) and 1 night to stay in ryokan next to Kawaguchiko.

First day was for Yamanakako. On the bus from Kawaguchiko to Yamanakako, then , I started walking full round of this lake and I made it :)

A bit luck that this time I could see my lovely shy Fujisan that almost covered by clouds in the evening time.

Around 6PM I have to run for the bus to Kawaguchiko because my dinner in ryokan will be end at 8PM. Then at night I had the best relax time in Japan by staying in big and best environment ryokan here :)

Second day, it was the time for Kawaguchiko. this day was even worse than the day before because my Fujisan had totally gone behind the big cloud :(

Kawaguchiko is quite an challenging place that encourage you to come back any time you want just to see the most beautiful landmark in Japan … Fujisan :D

29 September 2012

Last move in Tohoku area for my big trip before moving south.

Hiraizumi is a bit far from Sendai where is located in Iwate. 15 minute bicycle ride from Hiraizumi station, the beautiful world heritage is waiting.

Because I had to take Shinkansen back to Tokyo in the early evening at Sendai so I have only a little time to take photos before riding back to the station for the train to Sendai.

Only that, I still perceived Hiraizumi beauty and sacredness. Natural and what human built are really matched :)

Keep going with me to my next move on my #Japan #bigtrip :D

เย็นวันที่ 15 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวโครงการหมู้บ้านใหม่ของ Sansiri ที่มีชื่อโครงการว่า Garden Square ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯย่านสุขุมวิท 77 ติดกับทางด่วนเลยล่ะ

ส่วนตัวในตอนนี้หลังจากกลับจากญี่ปุ่น ก็เริ่มที่จะมองหาบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งขณะนี้ก็ยังอาศัยเขาอยู่ ก็เลยตัดสินใจไปสำรวจที่ทางสักเล็กน้อย เผื่อว่าจะเข้าตา

ต้องแนะนำรูปแบบโครงการ Garden Square ก่อน ว่าเป็นบ้านแบบทาวน์เฮาส์ในสไตล์ลอนดอนกันเลยทีเดียว และมีจำนวนหลังไม่มาก แค่ 34 หลังเท่านั้น ปลูกติดกันในลักษณะรูปตัว U และมีสวนเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจตรงกลาง โดยเนื้อที่ของแต่ละหลัง ก็จะอยู่ราวๆ 23-24 ตร.ว. (ตามปกติหลังริมสุดก็จะมีเนื้อที่ว่างด้านข้างเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย)

แว่บแรก เริ่มจากการมองที่ภายนอกก่อน ความรู้สึกคือคลาสสิกปนหรูหรา ตัวบ้านด้านนอกเป็นผนังลายอิฐแดง ที่เขาโฆษณาว่า มีการเผาแบบพิเศษตั้งใจให้ดูเก่าแบบคลาสสิกเลยทีเดียวล่ะ สวยไปอีกแบบ มีบันได้หน้าบ้านสไตล์ลอนดอนแท้ๆ แต่ก็มีการปรับให้เข้ากับบ้านแบบไทยๆคือจะมีรั้วเตี้ยๆเพิ่มเข้ามาเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และก็สามารถจอดรถสองคันได้สบายๆ เพราะเป็นทาวน์เฮาส์หน้ากว้าง ตอนแรกกะๆด้วยสายตาประมาณ 6 เมตร แต่จากข้อมูลโครงการบอกไว้ที่ 5.5 เมตร เอาเป็นว่า ลักษณะภายนอก ผ่านฉลุย สำหรับการตัดสินใจอยู่บ้านแบบทาวน์เฮาส์ วิวสวยมาก ไม่มีสายไฟฟ้ามาเกะกะรกลูกตา

ตัวบ้านด้านใน หลังจากเดินผ่านบันไดเล็กๆเข้าไปแล้ว ก็เจอห้องโถงใหญ่ ที่มัดรวมห้องกินข้าวกับห้องนั่งเล่นมาอยู่ด้วยกัน แล้วแยกห้องครัวออกไปทางด้านหลัง ซึ่งจากบ้านตัวอย่าง ผมมีข้อติเล็กน้อยก็ตรงห้องนั่งเล่น ที่โดนเนื้อที่ส่วนโต๊ะกินข้าวกินมานิดหน่อย ประมาณว่า ยังไม่ค่อยลงตัวนักในสายตาของผมเอง ซึ่งถ้าจะอยู่ที่นี่ ก็คงจะปรับใหม่หมดในส่วนของห้องนั่งเล่น และส่วนโต๊ะกินข้าว เนื่องจากด้านวางทีวีผมต้องการใช้เนื้อที่พอสมควรเลยล่ะ แต่ก็เข้าใจข้อจำกัดของบ้านแบบทาวน์เฮาส์ ซึ่งผู้อาศัยก็น่าจะมีเซนส์ในการปรับตัวเข้ากับบ้านได้ไม่ยาก และเนื้อที่อเนกประสงค์ของชั้นหนึ่งนี้ ก็ให้มาไม่น้อยเลทีเดียว ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่นัก และข้อดีที่สำคัญคือ มีกระจกบานสูง เนื่องจากฝ้าสูงพอสมควร ทำให้ตัวบ้านดูโปร่ง ไม่อึดอัดตามแบบทาวน์เฮาส์ทั่วไปแม้แต่น้อย

เดินขึ้นไปดูชั้นสองกันมั่ง ขอบอกก่อนว่า บันไดก็เป็นส่วนสำคัญของบ้าน เดินสบายไม่สบายนี่รู้สึกได้เลย ซึ่งขั้นบันไดที่นี่ ทำระดับไว้ดีมากทีเดียวล่ะ แล้วพอขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็จะเจอกับห้องนอนใหญ่ห้องหลักของบ้าน มีเนื้อที่ใหญ่โต อยู่สบายเลยทีเดียว สบายกว่าห้องนั่งเล่นข้างล่างที่จะใช้เวลาในช่วงกลางวันเสียอีก อันนี้ไม่วิจารณ์มาก เพราะเป็นส่วนหลักที่ทำได้ดีทีเดียวเลย มีพื้นที่ห้องแต่งตัว และห้องน้ำที่ใหญ่สบายเอามากๆด้วย

ขึ้นมาชั้นสาม ก็เป็นห้องนอนแยกย่อยอีกสองห้อง ซึ่งตัวผมเองคงไม่ได้ใช้ห้องนอนเยอะขนาดนั้น ดูจากพื้นที่แล้วอาจจะปรับเป็นห้องเก็บสมบัติด้วยซ้ำไป และอาจจะเปลี่ยนมาเป็นห้องนั่งเล่นเพิ่มได้อีก เพราะมีห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งใหญ่พอสมควร พอที่จะทำเป็นจุดเอนเตอร์เทนในบ้านได้ไม่ยาก

ไฮไลต์ของโครงการ Garden Square นี้อยู่ที่ชั้นสี่ เดินขึ้นมาถึง ก็เจอกับห้องอเนกประสงค์ ซึ่งเอาไว้อ่านหนังสือเป็นห้องสมุด นั่งเล่น ฟังเพลงเงียบๆคนเดียวได้ หรือถ้าห้องนั่งเล่นชักจะเยอะไปแล้ว ก็ปรับเป็นอเนกประสงค์อย่างอื่นตามใจเราต้องการได้อีก เป็นข้อดีของทาวน์เฮาส์หลายชั้น แถมยังมีพื้นที่กว้างขวางนี่แหละ แล้วพอเดินผ่านห้องนี้ ก็จะเจอกับระเบียงใหญ่โตโอฬาร ที่สามารถทำเป็นพื้นที่ปาร์ตี้บนดาดฟ้าได้แบบสวยงามเลยทีเดียว (ตรงนี้ชอบมาก)

การที่เขาบอกว่าเป็นบ้านสไตล์ลอนดอน มันก็ไม่ได้ลอนดอนจ๋าขนาดนั้น เพราะแน่นอน การปรับให้เข้ากับการอยู่แบบคนไทย ชอบมีพื้นที่ และมีสัดส่วนที่จัดไว้เหมาะสม ซึ่งที่นี่ผ่าน ในการออกแบบภายในสำหรับผม เรียกได้ว่า สวยงามคลาสสิกแบบลอนดอน แต่ออกแบบเอาใจคนไทยกันเลยทีเดียวจากที่ได้เดินสำรวจรอบๆมา

เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของบ้าน ก็คือราคา ซึ่งผมได้ยินมาคร่าวๆอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านบาท แตกต่างกันไปตามตำแหน่งของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งเป็นราคาที่ปานกลางค่อนข้างสูงของบ้านใจกลางเมือง ที่ผมมองว่าเป็นราคาปกติ ยอมรับได้ จะมีเงินจ่ายมั้ยก็อีกเรื่องนึง เพราะเคยเห็นบ้านแถบชานเมือง จะออกนนทบุรี ก็เกือบสิบล้านเข้าไปแล้ว แถมเนื้อที่ยังดูไม่สบายเท่าที่นี่ด้วยซ้ำ และโครงการแบบนี้ การออกแบบ ระบบส่วนกลาง ความปลอดภัยรวมถึงการเดินทางโดยดูจากสถานที่ตั้งนั้นหายห่วง คุ้มค่าตามราคาแน่นอน ซึ่งคะแนนก็ผ่านสำหรับ Garden Square แห่งนี้

การมองๆหาบ้านของผมตอนแรก ก็กำหนดเป้าหมายไว้ที่ คอนโดที่กว้างพอสมควรและเดินทางง่าย ติดรถไฟฟ้า อะไรทำนองนั้น ถ้าต้องอยู่ในเมือง ซึ่งสมัยนี้ ราคาตกอยู่ตารางเมตรละประมาณ 100,000 บาท หรือ ถ้าต้องอยู่แถบชานเมือง ก็ต้องบ้านเดี่ยวในแบบที่ถูกใจสะใจกันไปเลย แล้วพอมาเจอ Garden Square นี้ ก็ทำให้ผมต้องมีเรื่องตัดสินใจและหาข้อมูลเพิ่มกันล่ะ เพราะราคา ขนาด ความสะดวกสบาย เดินทางง่าย มันมาอยู่ร่วมกัน ทำให้ต้องมาเหลียวมองบ้านแบบทาวเฮาส์แบบนี้กันมั่งแหละ :D

28 September 2012

The second day of my long trip moved from Sendai to Yamagata. The destination was Yamadera (Temple on the mountain).

Actually the name of Yamadera is Risshakuji located on Mt.Hoju-san Risshakuji.

The weather was cloudy and fog that’s quite another kind of beautiful on the mountain.

1,100 steps to the top of Yamadera couldn’t make me tired due to those nice views :)

My #Japan #bigtrip still keep continuing. Hold tight and let’s go with me :D

27 September 2012

It was the day to start a big long trip in Japan.
It was 1 day after I finished my job in Japan and took Shinkansen directly to Sendai … :)

On the first day, it was the short route to Matsushima-Kaigan to visit the place that named 1 of 3 best view point in Japan.

Surrounding areas are Fukuura, the small island where the long red bridge led to and Zuiganji temple that also got effect from Tsunami last year.

Enjoy #Japan #bigtrip with me here. There are 10 days left :D

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,264 other followers